ชุดแต่งงานแบบไทย ในสไตล์หวาน ๆ



         วันนี้เราหยิบเอา “ชุดแต่งงานแบบไทย” จากนิตยสาร Bride Magazine ของห้องเสื้อ ศิลปเวดดิ้ง ที่มีสไตล์หวาน ๆ มาฝากเจ้าสาวที่กำลังมองหาชุดไทยแต่งงานในพิธีช่วงเช้ากันอยู่ค่ะ โดยเน้นที่ผ้าสไบที่มีลวดลายสวย ๆ

         ในส่วนของการเลือกแบบชุดแต่งงานแบบไทยให้เหมาะสมกับตัวเองนั้น อันดับแรกต้องคำนึงถึงรูปร่างก่อน จากนั้นก็เลือกให้เข้ากับสีผิวของตัวเอง สำหรับ เจ้าสาวที่มีรูปร่างสูงโปร่งสามารถใส่ได้เกือบทุกรูปแบบ แต่ควรหลีกเลี่ยงชุดไทยที่มีแขนยาว คอตั้ง เพราะจะยิ่งเสริมความสูงมากยิ่งขึ้นไปอีก, เจ้าสาวรูปร่างเล็กควรเลือกชุดสีเรียบ ๆ ไม่ต้องมีรายละเอียดมากนัก อีกทั้งควรเลือกแบบเปิดไหล่และเกาะอก เพราะช่วยทำให้ดูสง่างามแบบไทย ควรหลีกเลี่ยงชุดที่รัดรูปมากเกินไปด้วย และเจ้าสาวรูปร่างอ้วนควรเลือกชุดไทยที่ต้องห่มสไบเฉียงข้างหนึ่ง เพราะจะช่วยปกปิดต้นแขนของคุณได้ หรือจะเลือกเป็นชุดไทยที่เป็นเสื้อผ้าลูกไม้ เสื้อหลวม ๆ ไม่เข้ารูป กับผ้าซิ่นแบบต่าง ๆ ก็ได้ และควรหลีกเลี่ยงชุดไทยสไตล์เปิดไหล่หรือเกาะอก













เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Bride Magazine


0 comments

พิธีการแต่งงานแบบไทย

พิธีสงฆ์
         
          เป็นพิธีการทางศาสนาที่บ่าวสาวชาวพุทธปฏิบัติกันมาช้านาน เพราะถือเป็นพิธีการมงคล ที่จะอำนวยชัยให้พรกับบ่าวสาวให้อยู่กันอย่างมีความสุข พิธีสงฆ์นี้คู่บ่าวาวสามารถปฏิบัติเป็นขั้นตอนแรก จนเมื่อเสร็จพิธีสงฆ์แล้ว ฝ่ายเจ้าบ่าวจึงมาตั้งขบวนแห่ขันหมากต่อไป หรืออีกหนึ่งทางเลือกที่นิยมทำกันมากในปัจจุบัน คือทำหลังจากประกอบพิธียกขันหมากเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฝ่ายชายสู่ขอและประกอบพิธีหมั้นจนเสร็จ แล้วจึงค่อยประกอบพิธีสงฆ์ก็ได้เช่นกัน
          ในพิธีสงฆ์เมื่อพระสงฆ์มาถึงและนั่งประจำที่ คู่บ่าวสาวจะจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีล และรับศีล 5 จากนั้นพระสงฆ์จะเจริญสูตรคาถาอันเป็นมงคล พร้อมทำน้ำมนต์สำหรับใช้ในพิธี แล้วจึงเป็นการตักบาตรในกรณีที่เริ่มพิธีสงฆ์แต่เช้า ตามด้วยการถวายสังฆทาน หรือหากเป็นช่วงสายจะถวายสังฆทานก่อน แล้วจึงถวายภัตราหารเพล หรืออาจจัดเป็นปิ่นโตอาหารถวาย พร้อมดอกไม้ ธูป เทียน ปัจจัย เครื่องไทยธรรม ในขั้นตอนสุดท้ายพระสงฆ์จะเจริญชัยมงคลคาถาพร้อมประพรมน้ำมนต์ให้เพิ่ม ควมเป็นเป็นศิริมงคลจึงเป็นอันเสร็จพิธี
พิธียกขันหมาก



          ในปัจจุบันนิยมจัดพิธีหมั้นและพิธีแต่งในวันเดียว ดังนั้น จึงมีการรวบรัดเอาขันหมากหมั้นและขันหมากแต่งเข้าไว้ด้วยกัน ขันหมากแต่งจะมีเครื่องประกอบขั้นหมากกว่าขันหมากหมั้น โดยจะที่มีทั้งขันหมากเอกและขันหมากโท เมื่อตั้งขบวนขันหมากเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนใหญ่จะมีขบวนกลองยาวนำหน้าเพื่อสร้างความครึกครื้น ตามด้วยขบวนขันหมากเอก-ขันหมากโท
          ขบวนจะเริ่มด้วยการโห่ร้องรับกัน 3 ครั้ง เพื่อเป็นการให้สัญญาณว่าขันหมากพร้อมแล้วที่จะเคลื่อนขบวน แล้วกลองยาวจะทำหน้าที่บรรเลงรับต่ออย่างครื้นเครง เมื่อขบวนเดินทางมาถึงบ้านของฝ่ายเจ้าสาว หรือสถานที่จัดงานขบวนขันหมากจะโห่ร้องรับกัน 3 ครั้ง อีกทีหนึ่ง เพื่อเป็นการบอกกับฝ่ายเจ้าสาว ว่าขบวนขันหมากได้เดินทางมาถึงแล้ว
พิธีกั้นประตูเงินประตูทอง




          เมื่อขบวนขันหมากของฝ่ายเจ้าบ่าวเดินทางมาถึงบ้านของฝ่ายเจ้าสาวบรรดาญาติ ของฝ่ายเจ้าสาวจะมาช่วยกันกั้นประตูเงินประตูทอง เพื่อเรียกค่าเปิดทางจากฝ่ายเจ้าบ่าวด้วย ผู้ที่กั้นประตูจะถือสายสร้อยทอง สายสร้อยเงิน หรือผ้าแพรคนละด้านเพื่อกั้นไม่ให้ขบวนผ่านไปได้ ถ้าอิงประเพณีดั้งเดิมจะมีประตูหลัก ๆ 3 ประตู คือ ประตูชัย ประตูเงิน และประตูทองตามลำดับ โดยฝ่ายชายจะต้องเจรจาขอผ่านทาง และต้องให้ซองใส่เงินแถมพกให้แก่ผู้กั้นประตู หลังจากผ่านประตูทุกด่านเรียบร้อยแล้ว ในช่วงสุดท้ายญาติฝ่ายเจ้าสาวที่เป็นเด็กรุ่นเล็ก อาจช่วยล้างเท้าเจ้าบ่าวพอเป็นพิธี โดยนำใบตองมาวางรองเท้าเพื่อเรียกซองเงินอีกก็ได้ จากนั้นฝ่ายหญิงจะจัดเด็กผู้หญิง ถือพานหมากพลูไว้รอเชิญขบวนขันหมากขึ้นเรือน ซึ่งเจ้าบ่าวต้องเตรียมซองเงินไว้เป็นรางวัลด้วยเช่นกัน
พิธีสู่ขอ และนับสินสอด
  

          เมื่อฝ่ายเจ้าสาวรับขบวนขันหมาก และนำของจากขบวนขันหมากมาจัดวางเรียงกันเรียบร้อยแล้ว เถ้าแก่ฝ่ายชายจะเริ่มการเจรจาสู่ขอ เมื่อฝ่ายหญิงตกลงยินยอมยกลูกสาวให้ ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวจะนำพานสินสอดมาเปิดเงินสินสอดจะจัดวางอยู่บนผ้าแดงหรือ ผ้าเงินผ้าทอง แล้วทำทีเป็นตรวจนับตามธรรมเนียม ตามประเพณีโบราณให้ใส่เกินจำนวนไว้เล็กน้อย เพื่อให้ฝ่ายหญิงที่ตรวจนับเงินอุทานออกมาว่า "เงินงอก" เพื่อเป็นเคล็ดว่าคู่บ่าวสาวอยู่ด้วยต่อไปจะมีเงินงอกเงย เมื่อนับสินสอดแล้วผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจะช่วยกันโปรยถั่ว งา ข้าวเปลือก ข้าวตอก ดอกไม้ ใบเงิน ใบทอง ที่บรรจุมาในพานขันหมากเอก ลงบนสินสอด จากนั้นแม่ของเจ้าสาวจะห่อสินสอดด้วยผ้า แล้วแบกขึ้นไว้บนบ่าตามประเพณี เพื่อให้พูดเอาเคล็ดอีกกว่า "ห่อนี้หนักจริง ๆ คงมีเงินงอกงามมากมาย"
พิธีสวมแหวนหมั้น
   

          พิธีสวมแหวนหมั้นจะทำหลังจากเสร็จพิธีนับสินสอดเรียบร้อยแล้ว เมื่อถึงเวลาฤกษ์อันเป็นมงคลตามที่กำหนด ฝ่ายเจ้าบ่าวจะทำการสวมแหวนหมั้นให้ฝ่ายเจ้าสาว จากนั้นฝ่ายหญิงไหว้พร้อมกับสวมแหวนแลกกับฝ่ายชาย  เมื่อสวมแหวนเสร็จมักจะมีการถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึก และรอเวลาที่จะประกอบพิธีสำคัญต่อไป
พิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และประสาทพร
 

          พิธีนี้เริ่มจากเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย แล้วจึงไปนั่งประจำที่บนตั่งรดน้ำ เจ้าสาวจะนั่งทางด้านซ้ายและเจ้าบ่าวจะนั่งทางด้านขวาของตนเอง โดยมีเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวที่ยังคนโสดอยู่ฝ่ายละ 2 คนยืนด้านหลัง จากนั้นผู้ใหญ่ที่เป็นที่เคารพนับถือ หรือพ่อแม่ของคู่บ่าวสาวจะมาสวมมาลัย และมงคลแฝดพร้อมกับเจิมที่หน้าผาก มงคลแฝดและแป้งเจิมที่นำมาใช้นั้นเป็นของที่ได้ผ่านพิธีมงคลมาเรียบร้อย จากนั้นประธานของงานซึ่งอาจจะเป็นพ่อแม่ของคู่บ่าวสาวหรือผู้ใหญ่ที่เคารพ นับถือ จะเป็นผู้เริ่มพิธีหลั่งน้ำสังข์อวยชัยให้พรก่อน จากนั้นแขกที่ได้รับเชิญมาจะพากันทยอยมาหลั่งน้ำสังข์ประสาทพรจนครบทุกท่าน เมื่อหลั่งน้ำเรียบร้อยแล้ว จะเชิญผู้ใหญ่ซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ที่สนิทซึ่งบ่าวสาวให้ความเคารพนับถือ มาปลดด้ายมงคลออกจากศีรษะ พิธีหลังน้ำพระพุทธมนต์นี้ถือเป็นพิธีสำคัญ เมื่อเสร็จพิธีแล้ว ถือว่าชายหญิงคู่นั้น เป็นสามีภรรยากันถูกต้องตามประเพณี
พิธีรับไหว้



          หลังเสร็จพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และปราสาทพรแล้ว จะเป็นพิธีรับไหว้หรือพิธีไหว้ผู้ใหญ่ เพื่อเป็นการฝากเนื้อฝากตัวของคู่บ่าวสาว การไหว้พ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ของทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวนั้น ต้องก้มกราบ 3 ครั้ง ส่วนญาติคนอื่นให้กราบครั้งเดียวโดยไม่ต้องแบมือ เมื่อก้มกราบแล้วจึงส่งพานธูปเทียนให้ผู้ใหญ่ ท่านจะรับไหว้และผูกสายสิญจ์ที่ข้อมือคู่บ่าวสาวพร้อมกับให้พรและใส่ซองเงิน หรือของมีค่าอย่างอื่นลงบนพานให้ไว้เป็นเงินทุนในการสร้างครอบครัว ในพิธีนี้คู่บ่าวสาวจะมีความสุขเป็นพิเศษ เพราะจะได้มีสมบัติชิ้นแรกสำรองไว้เพื่อสร้างครอบครัวในอนาคต
พิธีปูที่นอนและส่งตัวเข้าหอ
        

          เป็นขั้นตอนสุดท้ายของพิธีแต่งงาน เมื่อถึงฤกษ์ของพิธีส่งตัวเข้าหอ จะเป็นขั้นตอนของพิธีปูที่นอน สิ่งมงคลในการประกอบพิธีก็คือฟักเขียวหนึ่งลูกเพื่อให้ใจคอเยือกเย็นเหมือน ฝัก หม้อใหม่สี่น้ำหนึ่งใบเพื่อให้เป็นผู้ที่มีน้ำใจหินบดยาเพื่อให้หนักแน่น เหมือนหิน และถั่วงาเพื่อให้มีแต่ความเจริญงอกงาม พร้อมทุนสินสอดนำมาวางไว้บนพาน จากนั้นผู้ใหญ่ที่ถูกเชิญมาร่วมทำพิธี ซึ่งจะต้องเป็นคู่ตัวอย่างที่ครองเรือนกันมาอย่างมีความสุขมาทำทีจัดแจงปู ที่นอนวางหมอนหนุนศีรษะ และลงนอนก่อนเป็นปฐมฤกษ์พร้อมกับกล่าวให้ศีลให้พร เสร็จแล้วผู้ที่มาเป็นสักขีพยานร่วมส่งตัวบ่าวสาวออกจากห้องหอพร้อมกันจึง เป็นอันเสร็จพิธี
          ส่วนเรื่องการจัดเลี้ยง หากคู่บ่าวสาวต้องการจัดงานแบบกระชับให้เสร็จในวันเดียว เมื่อเสร็จพิธีไทยตามประเพณีเรียบร้อยแล้ว สามารถจัดเลี้ยงมื้อกลางวันได้เลย โดยไม่ต้องจัดงานเลี้ยงในช่วงค่ำอีก ซึ่งถือว่าเข้ากับยุคสมัยและกระแสเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างดีทีเดียว

0 comments

"พิธีแต่งงาน" แบบไทย ที่หลายคนไม่รู้

"พิธีแต่งงาน" แบบไทย ที่หลายคนไม่รู้

      ว่าที่เจ้าบ่าว เจ้าสาว หลายคู่อาจจะไม่เคยเห็นขั้นตอนธรรมเนียมประเพณีในพิธีแต่งงาน แบบไทย...วันนี้ จึงขอแนะนำขั้นตอนธรรมเนียมในการ ปฏิบัติในพิธีแต่งงานแบบไทย ซึ่งรวมทั้งพิธีหมั้นและแต่งงานในวันเดียวกัน ถึงแม้จะรวบรัดแต่ก็ครบถ้วนตามประเพณี....
      1.ผู้ใหญ่ฝ่ายชายเจรจาทาบทามสู่ขอ หาฤกษ์หมั้น รวมไปถึงฤกษ์แต่งงานซึ่ง อาจเป็นวันเดียวกันหรือต่างวันก็ได้ ปัจจุบันนิยมยกขันหมากในวันแต่งงาน และมักจะรวมพิธีทั้งหมดในวันเดียว
      2.การแต่งงานแบบรวมพิธีในวันเดียว จะเริ่มต้นตั้งแต่เช้า พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ คู่บ่าวสาวตักบาตร ถวายภัตราหาร เลี้ยงพระ และทำพิธีทางศาสนาจนเสร็จ
      3.จากนั้นผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวจัดเตรียมขันหมากและเครื่องบริวารประกอบ ได้แก่ พาน หรือขันสินสอดทองหมั้น พานแหวน พานขนม ผลไม้ และต้นกล้วย ต้นอ้อย ซึ่งนิยมจัดเป็นจำนวนคู่
      4.แห่ขันหมาก ในขบวนจะมีเถ้าแก่เดินนำเจ้าบ่าวและพ่อแม่ตามด้วยผู้ที่ยกขันหมาก ต่อจากนั้นเป็นคนถือพานสินสอดทองหมั้น พานแหวน พานขนม ผลไม้ และต้นกล้วย ต้นอ้อย อาจมีกลองยาว และคนรำนำหน้าขบวน เพื่อสร้างสีสันให้งานก็ได้
      5.ฝ่ายเจ้าสาวจะส่งเด็กๆ และญาติพี่น้องออกมากั้นขบวนโดยใช้สายสร้อยเงินหรือทองมากั้น ซึ่งฝ่ายเจ้าบ่าวจะต้อง แจกซองซึ่งมีเงินอยู่ เพื่อผ่านประตูเงินประตูทองต่างๆ จนเข้าไปถึงในบ้านฝ่ายหญิง
      6.ฝ่ายเจ้าสาวจะออกมารับขันหมาก ซึ่งเมื่อจัดวางขันหมากเรียบร้อยแล้ว จะตรวจดู สินสอดทองหมั้น แหวน จากนั้น เถ้าแก่จะเรียกเจ้าสาวออกมา รอถึงฤกษ์จึงสวมแหวน เป็นอันเสร็จพิธีหมั้น
      7.พิธีไหว้ผู้ใหญ่เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะไหว้ตามลำดับอาวุโส แล้วจึงยกพานธูปเทียนแพ มอบให้ จากนั้นผู้ใหญ่ให้ของรับไหว้ซึ่งเป็นเงินหรือของมีค่า อาจผูกข้อไม้ข้อมือได้ ด้วยก็ได้ ทั้งคู่มอบผ้าไหว้ให้ผู้ใหญ่ และกราบอีกครั้ง
      8.พิธีหลั่งน้ำสังข์ คู่บ่าวสาวจุดเทียนและบูชาพระ จากนั้นพ่อแม่จะพาไปนั่งที่ตั้ง โดยที่เจ้าสาวนั่งทางซ้ายเจ้าบ่าวนั่ง ทางขวา ประธานคล้องพวงมาลัย เจิมหน้าผาก สวมมงคลแฝด แล้วจึงหลั่งน้ำสังข์อวยพร โดยพ่อแม่และผู้อาวุโส จะหลั่งน้ำที่ศรีษะ
      9.ถ้าทำพิธีหลั่งน้ำสังข์ในช่วงเช้า จะตามด้วยการเลี้ยงอาหารกลางวัน และมีงานฉลอง ในตอนเย็นของวันนั้นอีกครั้งหรือไม่ก็ได้
      10.พิธีปูที่นอน ผู้ที่มาปูจะต้องเป็นคู่สามีภรรยาที่รักกันมีลูกหลานและเป็นคนดี โดยมีของมงคลวางไว้ข้างที่นอน ได้แก่ ฟักเขียว หินบดยา แมวคราว เมื่อได้เวลาส่งตัว ผู้ใหญ่จะจูงเจ้าสาวเข้ามาหาเจ้าบ่าว แล้วให้โอวาท อวยพร
      จากทั้ง 10 ข้อที่กล่าวมานั้นน่าจะทำให้ทุกบ่าวสาวหลายคู่เข้าใจพิธีการแต่งงานแบบไทยๆ เรา อย่างง่ายๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นงานหมั้นหรืองานแต่งก็ตาม หากว่าเราปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามประเพณีจะดีที่สุดเลยล่ะค่ะ

ที่มา : mthai

0 comments

งานแต่งงาน ขั้นตอนก่อน-หลัง พิธีสำคัญแบบไทย

ขั้นตอนก่อน-หลัง พิธีสำคัญแบบไทย
แต่งงาน
ในการจัดงานวิวาห์ที่ต้อง การความกระชับ แต่ยังคงความถูกต้องตามขนบธรรมเนียมไทยแท้ โดยเลือกจัดพิธีการตามแบบแผนไทย ทั้งสู่ขอหมั้นหมาย แต่งงาน และส่งตัวเข้าหอให้เรียบร้อยเสร็จสรรพในวันเดียวนั้น มีขั้นตอนในพิธีอยู่หลายรายการ

พิธีสงฆ์

          เป็นพิธีการทางศาสนาที่บ่าวสาวชาวพุทธปฏิบัติกันมาช้านาน เพราะถือเป็นพิธีการมงคล ที่จะอำนวยชัยให้พรกับบ่าวสาวให้อยู่กันอย่างมีความสุข พิธีสงฆ์นี้คู่บ่าวาวสามารถปฏิบัติเป็นขั้นตอนแรก จนเมื่อเสร็จพิธีสงฆ์แล้ว ฝ่ายเจ้าบ่าวจึงมาตั้งขบวนแห่ขันหมากต่อไป หรืออีกหนึ่งทางเลือกที่นิยมทำกันมากในปัจจุบัน คือทำหลังจากประกอบพิธียกขันหมากเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฝ่ายชายสู่ขอและประกอบพิธีหมั้นจนเสร็จ แล้วจึงค่อยประกอบพิธีสงฆ์ก็ได้เช่นกัน

          ในพิธีสงฆ์เมื่อพระสงฆ์มาถึงและนั่งประจำที่ คู่บ่าวสาวจะจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีล และรับศีล 5 จากนั้นพระสงฆ์จะเจริญสูตรคาถาอันเป็นมงคล พร้อมทำน้ำมนต์สำหรับใช้ในพิธี แล้วจึงเป็นการตักบาตรในกรณีที่เริ่มพิธีสงฆ์แต่เช้า ตามด้วยการถวายสังฆทาน หรือหากเป็นช่วงสายจะถวายสังฆทานก่อน แล้วจึงถวายภัตราหารเพล หรืออาจจัดเป็นปิ่นโตอาหารถวาย พร้อมดอกไม้ ธูป เทียน ปัจจัย เครื่องไทยธรรม ในขั้นตอนสุดท้ายพระสงฆ์จะเจริญชัยมงคลคาถาพร้อมประพรมน้ำมนต์ให้เพิ่ม ควมเป็นเป็นศิริมงคลจึงเป็นอันเสร็จพิธี

พิธียกขันหมาก

          ในปัจจุบันนิยมจัดพิธีหมั้นและพิธีแต่งในวันเดียว ดังนั้น จึงมีการรวบรัดเอาขันหมากหมั้นและขันหมากแต่งเข้าไว้ด้วยกัน ขันหมากแต่งจะมีเครื่องประกอบขั้นหมากกว่าขันหมากหมั้น โดยจะที่มีทั้งขันหมากเอกและขันหมากโท เมื่อตั้งขบวนขันหมากเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนใหญ่จะมีขบวนกลองยาวนำหน้าเพื่อสร้างความครึกครื้น ตามด้วยขบวนขันหมากเอก-ขันหมากโท

ขบวนจะเริ่มด้วยการโห่ร้องรับกัน 3 ครั้ง เพื่อเป็นการให้สัญญาณว่าขันหมากพร้อมแล้วที่จะเคลื่อนขบวน แล้วกลองยาวจะทำหน้าที่บรรเลงรับต่ออย่างครื้นเครง เมื่อขบวนเดินทางมาถึงบ้านของฝ่ายเจ้าสาว หรือสถานที่จัดงานขบวนขันหมากจะโห่ร้องรับกัน 3 ครั้ง อีกทีหนึ่ง เพื่อเป็นการบอกกับฝ่ายเจ้าสาว ว่าขบวนขันหมากได้เดินทางมาถึงแล้ว

พิธีกั้นประตูเงินประตูทอง

          เมื่อขบวนขันหมากของฝ่ายเจ้าบ่าวเดินทางมาถึงบ้านของฝ่ายเจ้าสาวบรรดาญาติ ของฝ่ายเจ้าสาวจะมาช่วยกันกั้นประตูเงินประตูทอง เพื่อเรียกค่าเปิดทางจากฝ่ายเจ้าบ่าวด้วย ผู้ที่กั้นประตูจะถือสายสร้อยทอง สายสร้อยเงิน หรือผ้าแพรคนละด้านเพื่อกั้นไม่ให้ขบวนผ่านไปได้ ถ้าอิงประเพณีดั้งเดิมจะมีประตูหลัก ๆ 3 ประตู คือ ประตูชัย ประตูเงิน และประตูทองตามลำดับ โดยฝ่ายชายจะต้องเจรจาขอผ่านทาง และต้องให้ซองใส่เงินแถมพกให้แก่ผู้กั้นประตู หลังจากผ่านประตูทุกด่านเรียบร้อยแล้ว ในช่วงสุดท้ายญาติฝ่ายเจ้าสาวที่เป็นเด็กรุ่นเล็ก อาจช่วยล้างเท้าเจ้าบ่าวพอเป็นพิธี โดยนำใบตองมาวางรองเท้าเพื่อเรียกซองเงินอีกก็ได้ จากนั้นฝ่ายหญิงจะจัดเด็กผู้หญิง ถือพานหมากพลูไว้รอเชิญขบวนขันหมากขึ้นเรือน ซึ่งเจ้าบ่าวต้องเตรียมซองเงินไว้เป็นรางวัลด้วยเช่นกัน


 พิธีสู่ขอ และนับสินสอด

          เมื่อฝ่ายเจ้าสาวรับขบวนขันหมาก และนำของจากขบวนขันหมากมาจัดวางเรียงกันเรียบร้อยแล้ว เถ้าแก่ฝ่ายชายจะเริ่มการเจรจาสู่ขอ เมื่อฝ่ายหญิงตกลงยินยอมยกลูกสาวให้ ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวจะนำพานสินสอดมาเปิดเงินสินสอดจะจัดวางอยู่บนผ้าแดงหรือ ผ้าเงินผ้าทอง แล้วทำทีเป็นตรวจนับตามธรรมเนียม ตามประเพณีโบราณให้ใส่เกินจำนวนไว้เล็กน้อย เพื่อให้ฝ่ายหญิงที่ตรวจนับเงินอุทานออกมาว่า "เงินงอก" เพื่อเป็นเคล็ดว่าคู่บ่าวสาวอยู่ด้วยต่อไปจะมีเงินงอกเงย เมื่อนับสินสอดแล้วผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจะช่วยกันโปรยถั่ว งา ข้าวเปลือก ข้าวตอก ดอกไม้ ใบเงิน ใบทอง ที่บรรจุมาในพานขันหมากเอก ลงบนสินสอด จากนั้นแม่ของเจ้าสาวจะห่อสินสอดด้วยผ้า แล้วแบกขึ้นไว้บนบ่าตามประเพณี เพื่อให้พูดเอาเคล็ดอีกกว่า "ห่อนี้หนักจริง ๆ คงมีเงินงอกงามมากมาย"

พิธีสวมแหวนหมั้น

          พิธีสวมแหวนหมั้นจะทำหลังจากเสร็จพิธีนับสินสอดเรียบร้อยแล้ว เมื่อถึงเวลาฤกษ์อันเป็นมงคลตามที่กำหนด ฝ่ายเจ้าบ่าวจะทำการสวมแหวนหมั้นให้ฝ่ายเจ้าสาว จากนั้นฝ่ายหญิงไหว้พร้อมกับสวมแหวนแลกกับฝ่ายชาย  เมื่อสวมแหวนเสร็จมักจะมีการถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึก และรอเวลาที่จะประกอบพิธีสำคัญต่อไป

พิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และประสาทพร

          พิธีนี้เริ่มจากเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย แล้วจึงไปนั่งประจำที่บนตั่งรดน้ำ เจ้าสาวจะนั่งทางด้านซ้ายและเจ้าบ่าวจะนั่งทางด้านขวาของตนเอง โดยมีเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวที่ยังคนโสดอยู่ฝ่ายละ 2 คนยืนด้านหลัง จากนั้นผู้ใหญ่ที่เป็นที่เคารพนับถือ หรือพ่อแม่ของคู่บ่าวสาวจะมาสวมมาลัย และมงคลแฝดพร้อมกับเจิมที่หน้าผาก มงคลแฝดและแป้งเจิมที่นำมาใช้นั้นเป็นของที่ได้ผ่านพิธีมงคลมาเรียบร้อย จากนั้นประธานของงานซึ่งอาจจะเป็นพ่อแม่ของคู่บ่าวสาวหรือผู้ใหญ่ที่เคารพ นับถือ จะเป็นผู้เริ่มพิธีหลั่งน้ำสังข์อวยชัยให้พรก่อน จากนั้นแขกที่ได้รับเชิญมาจะพากันทยอยมาหลั่งน้ำสังข์ประสาทพรจนครบทุกท่าน เมื่อหลั่งน้ำเรียบร้อยแล้ว จะเชิญผู้ใหญ่ซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ที่สนิทซึ่งบ่าวสาวให้ความเคารพนับถือ มาปลดด้ายมงคลออกจากศีรษะ พิธีหลังน้ำพระพุทธมนต์นี้ถือเป็นพิธีสำคัญ เมื่อเสร็จพิธีแล้ว ถือว่าชายหญิงคู่นั้น เป็นสามีภรรยากันถูกต้องตามประเพณี

พิธีรับไหว้

          หลังเสร็จพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และปราสาทพรแล้ว จะเป็นพิธีรับไหว้หรือพิธีไหว้ผู้ใหญ่ เพื่อเป็นการฝากเนื้อฝากตัวของคู่บ่าวสาว การไหว้พ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ของทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวนั้น ต้องก้มกราบ 3 ครั้ง ส่วนญาติคนอื่นให้กราบครั้งเดียวโดยไม่ต้องแบมือ เมื่อก้มกราบแล้วจึงส่งพานธูปเทียนให้ผู้ใหญ่ ท่านจะรับไหว้และผูกสายสิญจ์ที่ข้อมือคู่บ่าวสาวพร้อมกับให้พรและใส่ซองเงิน หรือของมีค่าอย่างอื่นลงบนพานให้ไว้เป็นเงินทุนในการสร้างครอบครัว ในพิธีนี้คู่บ่าวสาวจะมีความสุขเป็นพิเศษ เพราะจะได้มีสมบัติชิ้นแรกสำรองไว้เพื่อสร้างครอบครัวในอนาคต

พิธีปูที่นอนและส่งตัวเข้าหอ

          เป็นขั้นตอนสุดท้ายของพิธีแต่งงาน เมื่อถึงฤกษ์ของพิธีส่งตัวเข้าหอ จะเป็นขั้นตอนของพิธีปูที่นอน สิ่งมงคลในการประกอบพิธีก็คือฟักเขียวหนึ่งลูกเพื่อให้ใจคอเยือกเย็นเหมือน ฝัก หม้อใหม่สี่น้ำหนึ่งใบเพื่อให้เป็นผู้ที่มีน้ำใจหินบดยาเพื่อให้หนักแน่น เหมือนหิน และถั่วงาเพื่อให้มีแต่ความเจริญงอกงาม พร้อมทุนสินสอดนำมาวางไว้บนพาน จากนั้นผู้ใหญ่ที่ถูกเชิญมาร่วมทำพิธี ซึ่งจะต้องเป็นคู่ตัวอย่างที่ครองเรือนกันมาอย่างมีความสุขมาทำทีจัดแจงปู ที่นอนวางหมอนหนุนศีรษะ และลงนอนก่อนเป็นปฐมฤกษ์พร้อมกับกล่าวให้ศีลให้พร เสร็จแล้วผู้ที่มาเป็นสักขีพยานร่วมส่งตัวบ่าวสาวออกจากห้องหอพร้อมกันจึง เป็นอันเสร็จพิธี

          ส่วนเรื่องการจัดเลี้ยง หากคู่บ่าวสาวต้องการจัดงานแบบกระชับให้เสร็จในวันเดียว เมื่อเสร็จพิธีไทยตามประเพณีเรียบร้อยแล้ว สามารถจัดเลี้ยงมื้อกลางวันได้เลย โดยไม่ต้องจัดงานเลี้ยงในช่วงค่ำอีก ซึ่งถือว่าเข้ากับยุคสมัยและกระแสเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างดีทีเดียว

0 comments
 
แต่งงานแบบไทย © 2012 | Designed by Gu